วันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2560

เทคโนโลยีที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้



        หากว่าย้อนกลับไปในอดีตนั้น การหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆนั้นเป็นเรื่องที่ยากเย็นเสียเหลือเกิน เพราะว่าความรู้ในเรื่องต่างๆนั้นไม่ได้มีการเก็บรักษาเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเหมือนกับในปัจจุบันนี้ การที่เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็แล้วแต่เราก็ต้องเดินทางไปหาผู้รู้ในเรื่องนั้น ซึ่งบางครั้งก็อยู่ห่างไกลกันเป็นระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรหรืออาจจะเป็นการที่ต้องเดินทางข้ามไปยังอีกประเทศหนึ่งเลยก็เป็นไปได้เหมือนกัน  autorich
        ดังนั้นการเคลื่อนตัวของข้อมูลความรู้รวมทั้งข่าวสารต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ค่อนข้างยากลำบาก เพราะติดปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารกัน เป็นหลักและการเดินทางของสมัยก่อนนั้นก็ไม่ได้ดีเหมือนกับการเดินทางในสมัยนี้เลย เพราะว่าทั้งสภาพถนนที่ไม่ดีและก็ราคาของค่าการเดินทางที่มากมายพอสมควรก็ทำให้การเดินทางนั้นมีปริมาณน้อย ดังนั้นคนที่มีความรู้หรือว่าความชำนาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งจึงถือได้ว่าเป็นคนที่มีค่าตัวแพงพอสมควร เพราะว่าไม่มีใครที่รู้เหมือนเขาดังนั้นเวลาที่เกิดปัญหาขึ้นมาคนก็มักที่จะเดินทางมาหาเขาเพื่อที่จะให้เขานั้นได้ช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้ได้นั้นเอง ส่งผลให้ราคาในการใช้บริการหรือว่าการแก้ปัญหาต่างๆนั้นค่อนข้างที่จะสูงอยู่มากๆ เลยที่เดียว เพราะว่าสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้เมื่อมีความต้องการมากแต่ว่าสินค้าหรือบริการนั้นมีจำนวนน้อยก็ย่อมมีการเสนอราคาที่สูงกว่าเพื่อที่จะให้ได้ใช้สินค้าหรือบริการนั้นๆนั้นเอง   autorich
        แต่เมื่อโลกของเราได้พัฒนาไปการติดต่อสื่อสารและก็การเดินทางไปมาหาสู่ซึ่งกันและกันนั้นสามารถทำได้อย่างง่ายดาย การถ่ายเทความรู้ต่างๆระหว่างกันก็เลยสามารถที่จะทำได้ง่ายขึ้นนั้นเอง คนที่มีความรู้ในเรื่องที่เป็นที่ต้องการของตลาดนั้นก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นไปอีก ทำให้ราคาของสินค้าหรือว่าบริการในด้านนั้นลดราคาลง เพราะว่ามีตัวเลือกในการผลิตสินค้าเพิ่มมากขึ้นนั้นเอง ทำให้มีคนมีความรู้ในเรื่องต่างๆเพิ่มมากยิ่งขึ้นการต่อยอดความรู้นั้นก็ทำได้มากขึ้นไปอีกและก็เกิดปรากฏการณ์ที่ความรู้นั้นพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จนมาสู่ยุคปัจจุบันที่ความรู้กระจ่ายตัวไปแทบทุกพื้นที่ทั่วโลก เพราะการสื่อสารแบบไร้สายที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ตที่ทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศต่างๆนั้นใช้เวลาเพียงแค่ไม่นานเท่านั้นเอง คนที่อยู่คนละประเทศกันสามารถสื่อสารกันได้แบบเห็นหน้าเห็นตากัน ซึ่งหากคิดดูดีๆก็จะพบว่าทุกวันนี้เราทุกคนนั้นทำงานกันเพิ่มมากขึ้น อย่างในอดีตนั้นหากว่าต้องการรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องอะไรเราก็ต้องเดินทางไปหาผู้ที่รู้เรื่องนั้นๆโดยตรง เพราะว่าหากให้การโทรศัพย์นั้นบางครั้งบางพื้นที่ก็อาจจะมีโทรศัพย์บางพื้นที่ก็อาจจะไม่มี

#S7Content

วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ปัญหาคือสิ่งที่แยกคนสำเร็จออกจากคนไม่สำเร็จ



        หนังสือมากมายที่บอกเล่าถึงเส้นทางไปสู่ความสำเร็จของผู้ที่ร่ำรวยและก็ประสบกับความสำเร็จในชีวิต บางครั้งเราได้อ่านเราก็อาจจะรู้สึกว่าทำไมชีวิตของเขานั้นถึงไปถึงความสำเร็จของชีวิตได้ง่ายจัง หรือว่าเขาอาจจะมีโชคหรือว่าเขาอาจจะมีดวงก็เป็นไปได้ แล้วเราก็ลองลงมือทำเช่นเดียวกับเขา แล้วเราก็พบว่าปัญหาที่เราอ่านเจอในการถ่ายทอดออกมาเป็นประสบการณ์ของเหล่าผู้ที่สำเร็จในชีวิตนั้น มันไม่ได้ผ่านไปง่ายอย่างที่เราคิดเอาไว้ตั้งแต่แรก แล้วบางครั้งเราผ่านปัญหาแรกมาได้เราก็ยังต้องเจอกับอีกปัญหาหนึ่งที่ไม่ได้มีเขียนบอกเอาไว้อีก ครั้งหรืออาจจะหลายๆครั้งก็แล้วแต่  giving forward
        หากว่าเรายอมแพ้แก่ปัญหาไปสิ่งที่เราทำมามากมายนั้นก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที แต่หากว่าเรายอมที่จะฟันฝ่าปัญหาทั้งที่คนอื่นได้เคยประสบพบเจอมาแล้วหรือว่ายังไม่ได้ประสบพบเจอเลยก็ตามที ทำไปเรื่อยๆไม่ยอมแพ้ไม่ท้อแท้แล้วสักวันหนึ่งความสำเร็จก็จะเป็นของเราได้เช่นเดียวกัน กับที่คนอื่นๆนั้นได้รับมันเช่นเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่พอจะสรุปได้นั้นก็คือการที่คนที่ประสบกับความไม่สำเร็จจะแตกต่างกันนั้นก็คือวิธีการรับมือกับปัญหาต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรานั้นเอง เพราะหากจะบอกว่าคนที่สำเร็จกับคนที่ไม่สำเร็จนั้นแตกต่างกันที่ความรู้ ก็เห็นจะไม่จริงเพราะหากว่าเราคาดความรู้ในการแก้ไขปัญหาแล้วละก็คนที่ไม่ยอมแพ้กับปัญหาง่ายๆก็จะหาวิธีการให้ได้มาซึ่งความรู้นั้นๆให้จนได้ แต่หากคนที่ยอมแพ้ต่อปัญหาถึงแม้ว่าจะมีความรู้มากมายก็จะไม่ยอมนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นถึงตอนนี้เราจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่หากว่าเราอยากเป็นคนที่ประสบกับความสำเร็จเราจงยึดมั่นที่จะเป็นคนไม่ยอมแพ้ต่อการแก้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น หากว่าขาดความรู้เราก็เพียงหาความรู้เพิ่ม ขาดอะไรเราก็สามารถที่จะหามาเพิ่มเติมได้ แต่หากว่าเราเป็นคนที่ยอมแพ้ต่อปัญหาง่ายๆแล้วละก็เราจะไม่สามารถไปถึงความสำเร็จได้เลยถึงแม้ว่าเราจะมีความพร้อมมากกว่าคนอื่นๆมากมายสักเพียงไหนก็ตามที แต่เมื่อเราไม่สามารถต้านทานต่อปัญหาได้แล้วละก็เราก็จะยอมแพ้กับปัญหาเล็กๆน้อยและไม่หาทางในการแก้ไขปัญหา ถึงมีโอกาสมากมายกว่าคนอื่นเราก็ไม่สามารถที่จะแปลงโอกาสนั้นให้ไปเป็นความสำเร็จในชีวิตได้ นิสัยที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาจะเป็นสิ่งที่แยกระหว่างคนที่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตกับคนที่ไม่ประสบกับความสำเร็จในชีวิตออกจากกัน  giving forward

#S7Content

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ชีวิตเลือกได้เอาของดีๆเข้ามา



        ตั้งแต่อินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น ก็ดูเหมือนว่าข้อมูลต่างๆจะสามารถสื่อสารกันได้ด้วยความรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อนที่กว่าเราจะรู้ข่าวสารต่างๆได้นั้นก็อาจจะต้องรอเป็นวันๆเลยทีเดียว แต่ว่าในยุคของอินเตอร์เน็ตและโซเชียลเน็ตเวิรกนั้นเราสามารถรู้ข่าวสารที่เกิดขึ้นได้เพียงชั่วพริบตาเดียวถึงแม้ว่าเราจะอยู่ห่างไกลกันคนละทวีปก็ตาม แต่เมื่อทุกอย่างสามารถสื่อถึงกันได้ง่ายก็ทำให้ข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์กับเราถูกส่งมาถึงเราอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ต่างๆ ข่าวสารที่ไม่ก่อให้เกิดความรู้ เช่นข่าวอาชญากรรม ข่าวการขโมย ต่างๆล้วนถูกส่งต่อออกมามากมายทั้งจริงบ้างเท็จบ้าง  และส่วนมากเขาจะนำเสนอให้เราสนใจที่จะเปิดเข้าไปอ่าน โดยการทิ้งท้ายด้วยประโยชน์กว้างอย่างเช่น เขาทำอย่างนี้ จึงเป็นสิ่งนี้ หรืออื่นๆอีกมากมายเพื่อให้คนสนใจเข้าไปเปิดดู และเขาก็จะมีรายได้มากมายตามจำนวนคนที่เขาเปิดเข้าไปดูนั้นเอง ซึ่งผมมองว่าข่าวสารประเภทนี้ไม่ได้ทำให้เรามีความรู้ที่มากขึ้นเลย อ่านไปแล้วเราก็ลืมเพราะว่าไม่ได้ถูกนำไปทำให้เกิดประโยชน์ แต่ที่เราอ่านก็เพราะสนองกับความอยากรู้ของเราเท่านั้นเอง
        แต่ในโลกของอินเตอร์เน็ตนั้นก็ยังมีข้อมูลหรือว่าความรู้ที่ดีๆอยู่ด้วยเช่นกัน เราสามารถหาความรู้ได้ทุกเรื่องที่เราอยากจะรู้จนถึงระดับกลายเป็นผู้เชียวชาญได้เลยทีเดียวถ้าเรามีเวลามากพอที่จะศึกษาอย่างจริงจัง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ทำให้คนจำนวนมากไม่สามารถที่จะพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้ที่มีความรู้เฉพาะทางได้ นั้นก็เพราะว่าสื่ออื่นๆที่ไม่ได้ก่อประโยชน์กับเราและค่อนข้างที่จะย่อยสลายง่ายซึ่งก็ทำให้ผู้คนต่างก็เสียเวลาไปเป็นจำนวนมากเลยทีเดียว
        ดังนั้นเมื่อเราอยู่ในยุคสมัยที่ข้อมูลข่าวสารนั้นเต็มไปหมด ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี ที่จะทำให้เราประสบกับความสำเร็จในชีวิตได้ ดังนั้นสิ่งแรกที่เราควรจะมีก็คือความสามารถในการแยกแยะว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับเราได้และสิ่งไหนที่จะเป็นสิ่งที่คอยมาขโมยเวลาของเราไปโดยที่ไม่ได้ทิ้งประโยชน์ใดเอาไว้เลย เราสามารถที่จะเลือกได้เราก็เลือกเอาหรือว่าเลือกรับเฉพาะสิ่งที่ดีๆเข้ามาในชีวิตของเราเท่านั้นเอง และถ้าเรามีวินัยกับตัวเองเราก็จะสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไปอยู่ในจุดที่ประสบกับความสำเร็จได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพราะว่าโอกาสในตอนนี้นั้นเปิดกว้างให้กับทุกๆคนแล้ว อยู่ที่ว่าเรานั้นเองที่จะคว้าเอามันมาไว้เป็นของเราเองได้หรือไม่

        #s7content